การใส่สายยางให้อาหารสายยาง ผ่านทางรูจมูก การใส่สายยางให้อาหารผ่านทางรูจมูก (Nasogastric Tube - NG Tube) เป็นวิธีช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารในกรณีที่กลืนเองไม่ได้ชั่วคราวหรือในระยะสั้นครับ ขั้นตอนนี้ต้องทำโดย แพทย์หรือพยาบาล เท่านั้น แต่ในฐานะผู้ดูแล คุณควรทราบขั้นตอนสำคัญเพื่อช่วยสังเกตความถูกต้องและความปลอดภัยของผู้ป่วยครับ
1. ขั้นตอนที่บุคลากรทางการแพทย์ปฏิบัติ
การวัดระยะสาย: เจ้าหน้าที่จะวัดระยะจาก ปลายจมูก ไปที่ติ่งหู และลงไปจนถึงลิ้นปี่ เพื่อให้มั่นใจว่าปลายสายจะลงไปถึงกระเพาะอาหารพอดี
การหล่อลื่น: ใช้เจลหล่อลื่นทาปลายสาย เพื่อลดการเสียดสีและช่วยให้สายเลื่อนผ่านจมูกและคอได้ง่ายขึ้น
การใส่สาย: ขณะใส่ เจ้าหน้าที่จะให้ผู้ป่วย ก้มหน้าเล็กน้อยและพยายามกลืน (เหมือนกลืนน้ำลาย) เพื่อช่วยให้สายลงไปยังหลอดอาหาร ไม่หลุดเข้าไปในหลอดลม
การเช็กตำแหน่ง (สำคัญมาก): หลังจากใส่เสร็จ ต้องตรวจสอบว่าปลายสายอยู่ในกระเพาะจริงๆ โดยการ:
ใช้ไซริงค์ดูดน้ำย่อยออกมาดู
ใช้หูฟังฟังเสียงลมที่ฉีดเข้าไปในกระเพาะ
ในบางกรณีอาจต้องเอกซเรย์ (X-ray) เพื่อยืนยัน
2. หน้าที่สำคัญของผู้ดูแลหลังใส่สาย
หลังจากเจ้าหน้าที่ใส่สายให้เรียบร้อยแล้ว หน้าที่ของผู้ดูแลคือการ "คงสภาพและสังเกต" ครับ:
ทำเครื่องหมาย (Marking): สังเกตขีดหรือตำแหน่งที่สายออกมาจากรูจมูก หากสายเลื่อนออกมามากกว่าเดิม ห้ามดันกลับเองเด็ดขาด เพราะปลายสายอาจไม่อยู่ในกระเพาะแล้ว
การติดพลาสเตอร์: ต้องติดพลาสเตอร์ที่จมูกให้แน่นแต่ไม่รั้งจนเกินไป ควรเปลี่ยนพลาสเตอร์ทุก 2-3 วัน หรือเมื่อเริ่มหลุด โดยเช็ดคราบมันที่ผิวจมูกก่อนแปะใหม่
สังเกตอาการผิดปกติ: หากผู้ป่วยมีอาการ ไอ หน้าเขียว หรือหอบเหนื่อย ทันทีหลังใส่หรือขณะให้อาหาร ให้สงสัยว่าสายอาจหลุดเข้าหลอดลม ต้องหยุดการให้อาหารและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
3. การดูแลรักษาสายในแต่ละวัน
ทำความสะอาดรูจมูก: ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดรอบรูจมูกข้างที่ใส่สาย เพื่อลดการสะสมของน้ำมูกและสิ่งสกปรก
ล้างสาย (Flush): ล้างสายด้วยน้ำเปล่าต้มสุกหลังให้อาหารหรือยาทุกครั้ง เพื่อป้องกันสายตันจากคราบอาหารบูด
การขยับสาย: ควรขยับสายเบาๆ หรือเปลี่ยนตำแหน่งพลาสเตอร์เพื่อไม่ให้สายกดทับที่ปีกจมูกเดิมซ้ำๆ จนเป็นแผล
📊 ข้อแตกต่างที่ต้องระวัง
สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ห้ามทำ
เช็กขีดตำแหน่งสายก่อนให้อาหารทุกมื้อ ห้าม ดันสายกลับเข้าไปเองเมื่อสายเลื่อนหลุด
เปลี่ยนพลาสเตอร์เมื่อเริ่มไม่เหนียว ห้าม ให้อาหารหากดูดไม่ได้น้ำย่อยหรือผู้ป่วยไอแรง
ล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสสาย ห้าม ใช้ไม้หรือของแข็งแหย่เข้าไปในสายเมื่อสายตัน
💡 ข้อแนะนำ
สายยางทางจมูก (NG Tube) ส่วนใหญ่ที่เป็นวัสดุ PVC มักจะต้อง เปลี่ยนใหม่ทุก 2-4 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับชนิดของสายและคำแนะนำของแพทย์) เพื่อป้องกันสายแข็งตัวจนระคายเคืองเนื้อเยื่อครับ