ผลข้างเคียงของการให้ อาหารสายยาง ผ่านจมูก !การให้อาหารทางสายยางผ่านจมูก (NG Tube) แม้จะเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารอย่างรวดเร็วและไม่ต้องผ่าตัด แต่เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ใส่ผ่านทางเดินหายใจและทางเดินอาหารส่วนบน จึงมีผลข้างเคียงที่ผู้ดูแลควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดครับ
เพื่อให้คุณจัดการได้อย่างมืออาชีพและนำไปแบ่งปันเป็นความรู้ใน Pantip ได้อย่างถูกต้อง นี่คือผลข้างเคียงที่พบบ่อยครับ:
1. ผลข้างเคียงทางกายภาพ (Physical Irritation)
การระคายเคืองและแผลกดทับ: สายยางที่แข็งหรือวางในตำแหน่งเดิมนานๆ จะกดทับเนื้อเยื่อในรูจมูก ทำให้เกิดอาการบวม แดง หรือเป็นแผลหลุมได้
เลือดกำเดาไหล: อาจเกิดขึ้นได้ตอนใส่สาย หรือหากผู้ป่วยดึงสายรั้งบ่อยๆ จนเกิดการฉีกขาดของเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูก
ไซนัสอักเสบ: สายยางอาจไปอุดกั้นทางระบายของโพรงไซนัส ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและอักเสบตามมาครับ
2. ผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร
ภาวะสำลักและปอดอักเสบ (Aspiration): นี่คือผลข้างเคียงที่ อันตรายที่สุด หากสายเลื่อนหลุดออกจากกระเพาะอาหารขึ้นมาที่หลอดอาหาร หรือจัดท่าผู้ป่วยนอนราบขณะให้อาหาร อาหารจะไหลเข้าปอดแทน
อาการท้องอืดและท้องเสีย: มักเกิดจากความเร็วในการให้อาหารที่มากเกินไป หรืออุณหภูมิอาหารที่เย็นจัด ทำให้ลำไส้ทำงานผิดปกติ
กรดไหลย้อน: สายยางจะทำให้หูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารปิดไม่สนิท ทำให้ผู้ป่วยบางรายมีอาการขย้อนหรือแสบร้อนกลางอกได้
3. ผลข้างเคียงต่อช่องปากและลำคอ
เจ็บคอและกลืนลำบาก: ผู้ป่วยมักรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอตลอดเวลา ทำให้ระคายเคืองจนอาจส่งผลให้มีเสมหะมากขึ้น
ปากแห้งและเชื้อราในช่องปาก: เนื่องจากการหายใจทางปากมากขึ้น (เพราะจมูกมีสายขวางอยู่) และการไม่ได้ใช้ปากเคี้ยวอาหาร ทำให้น้ำลายน้อยลงจนปากอักเสบได้ครับ
ตารางสรุปการป้องกันผลข้างเคียง (Wellness Checklist)
ผลข้างเคียง วิธีป้องกันสไตล์เชิงรุก
แผลกดทับที่จมูก เปลี่ยนจุดติดพลาสเตอร์ทุก 1-2 วัน และเช็ดผิวหนังให้แห้ง
ปอดอักเสบ จัดท่านั่ง 45 องศา เสมอ และเช็กตำแหน่งสายก่อนให้ทุกมื้อ
ท้องอืด ปรับความเร็วในการไหลให้ช้าลง (ใช้เวลา 15-30 นาที/มื้อ)
ปากแห้ง ใช้คอตตอนบัดชุบน้ำสะอาดเช็ดปากและลิ้นวันละ 2-3 ครั้ง